แม่น้ำโขงเป็นพรมแดนธรรมชาติที่ไหลผ่านอีสานตอนบนลงมาจนถึงอีสานตอนล่าง และถนนเลียบแม่น้ำฝั่งไทยแทบจะต่อกันเป็นเส้นเดียวตลอดทาง เส้นทางนี้จึงขับต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องย้อนกลับ และแต่ละจังหวัดที่ผ่านก็มีบุคลิกต่างกันชัดจนไม่รู้สึกซ้ำ
ทิศทางที่นิยมคือเริ่มจากทางเหนือแล้วไล่ลงใต้ เพราะจบทริปที่ อุบลราชธานี ซึ่งมีสนามบินและรถไฟกลับได้สะดวกที่สุดในบรรดาหกจังหวัดนี้
เริ่มที่เลย เมืองหนาวริมโขง
เลย เป็นจุดตั้งต้นที่ดีเพราะอยู่ใกล้ภาคเหนือและอากาศเย็นกว่าที่อื่นในอีสาน อำเภอเชียงคานคือชุมชนริมโขงที่คนแวะมากที่สุด และเป็นแหล่งของ ผ้าห่มนวมเชียงคาน ซึ่งเป็นงานที่เกิดจากความจำเป็นจริง ๆ เพราะที่นี่หนาวจัดในฤดูหนาว ใครมีเวลาพอควรเผื่อวันให้ ภูกระดึง ด้วย แต่ต้องรู้ว่านั่นคือทริปเดินป่าที่กินเวลาสองถึงสามวันเต็ม

หนองคายและบึงกาฬ ช่วงที่แปลกที่สุดของเส้นทาง
หนองคาย มี ศาลาแก้วกู่ ซึ่งเป็นสวนประติมากรรมปูนปั้นยักษ์ที่ไม่เหมือนที่ไหนในประเทศ และเป็นแหล่งของ ผ้าหมักโคลนหนองคาย ที่ใช้โคลนแม่น้ำโขงในการย้อมจริง ๆ ถัดขึ้นไปทางเหนือคือ บึงกาฬ ซึ่งมี หินสามวาฬ เป็นแลนด์มาร์ก ตรงนี้ต้องเผื่อเวลาเพราะทางขึ้นชันจนรถเก๋งขึ้นเองไม่ได้ ต้องใช้รถของชุมชน

นครพนมและมุกดาหาร ช่วงที่วิวโขงสวยที่สุด
นครพนม เป็นจังหวัดที่มีถนนเลียบโขงในตัวเมืองสวยที่สุดของเส้นทางนี้ และเป็นที่ตั้งของ พระธาตุพนม ที่คนสองฝั่งโขงเคารพร่วมกัน ต่อลงมาคือ มุกดาหาร ซึ่งมี อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ที่เป็นป่าหินรูปทรงแปลกตาและมีจุดชมวิวเห็นสองฝั่งโขง
จบที่อุบลราชธานี ดูพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในประเทศ
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อยู่ตะวันออกสุดของประเทศ จึงเป็นจุดที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนพื้นที่อื่นทั้งหมด บนหน้าผาริมโขงยังมีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์อายุหลายพันปีให้เดินลงไปดูใกล้ ๆ เป็นการปิดทริปที่ลงตัวเพราะได้ทั้งวิวและเรื่องราวในจุดเดียว

ข้อควรรู้ก่อนออกเดินทาง
ระยะทางรวมของเส้นนี้ยาวมากและถนนเลียบโขงหลายช่วงเป็นสองเลนที่มีรถบรรทุกใช้ร่วม ควรเผื่อเวลาขับให้มากกว่าที่แผนที่บอกอย่างน้อยหนึ่งในสาม ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเปลี่ยนตามฤดูอย่างมาก ช่วงหน้าแล้งจะเห็นหาดทรายกลางน้ำและเกาะแก่งที่ฤดูน้ำหลากจะจมหายไปหมด สองช่วงนี้ให้ภาพคนละแบบและสวยคนละอย่าง
ภาพ: Hdamm · Wikimedia Commons





