สามวันสองคืนคือระยะที่พอดีกับเชียงใหม่ ไม่สั้นจนต้องวิ่งไล่เก็บ และไม่ยาวจนต้องหาที่ไปเพิ่ม กุญแจของแผนนี้คือแบ่งวันตามระดับความสูง หนึ่งวันอยู่ในเมือง หนึ่งวันขึ้นดอย และอีกหนึ่งวันออกนอกเมือง แทนที่จะสลับขึ้นลงจนเสียเวลาไปกับการเดินทาง
เชียงใหม่เป็นเมืองที่เดินได้จริงในเขตคูเมือง ดังนั้นถ้าเลือกที่พักในเขตนี้ได้ จะประหยัดเวลาและค่าเดินทางไปได้ทั้งทริป
วันแรก เดินในคูเมือง
เขตคูเมืองสี่เหลี่ยมคือแกนของเมืองเก่า ภายในมีวัดล้านนาเรียงกันหนาแน่นจนเดินถึงกันได้หมดในวันเดียว ควรเริ่มแต่เช้าตอนที่วัดยังเงียบ แล้วค่อยหาที่นั่งพักช่วงบ่ายที่แดดแรง ตกเย็นค่อยออกไปเดินถนนคนเดินหรือตลาดกลางคืน ซึ่งเปลี่ยนจุดจัดตามวันในสัปดาห์ ควรเช็กก่อนว่าคืนที่ไปตรงกับถนนสายไหน
วันที่สอง ขึ้นดอยสุเทพ
วัดพระธาตุดอยสุเทพ คือสิ่งที่คน เชียงใหม่ บอกว่าถ้ามาไม่ถึงก็เท่ากับยังมาไม่ถึงเชียงใหม่ ควรขึ้นช่วงเช้าเพราะอากาศดีและวิวเมืองจากลานหน้าวัดจะชัดที่สุดก่อนที่แดดจะจัด อุณหภูมิบนดอยต่ำกว่าในเมืองอย่างรู้สึกได้ โดยเฉพาะฤดูหนาวที่ควรมีเสื้อกันหนาวติดตัว ถนนขึ้นดอยเป็นทางโค้งต่อเนื่อง ใครเมารถควรเตรียมยาไว้ล่วงหน้า ลงจากดอยแล้วยังมีเวลาเหลือพอสำหรับแวะน้ำตกห้วยแก้วระหว่างทาง
วันที่สาม ออกนอกเมืองไปสันกำแพง
อำเภอสันกำแพงเป็นย่านหัตถกรรมของเชียงใหม่ ที่นี่คือบ้านของ ร่มบ่อสร้าง ซึ่งทำโครงจากไม้ไผ่และคลุมด้วยกระดาษสาแล้ววาดลายด้วยมือทีละคัน การนั่งดูช่างวาดลายเป็นส่วนที่สนุกที่สุดของการมาที่นี่ และเป็นของฝากที่ขนกลับง่ายกว่าที่คิดถ้าเลือกขนาดพอเหมาะ
ถ้ามีวันที่สี่ ต่อไปทางไหนดี
ทางเลือกที่ใกล้ที่สุดคือ ลำพูน ซึ่งขับจากเชียงใหม่ไม่ถึงชั่วโมงและมี พระธาตุหริภุญชัย เป็นศูนย์กลางเมืองเก่าของอาณาจักรที่เก่าแก่กว่าล้านนา อีกทางคือลงใต้ไป ลำปาง เพื่อดู วัดพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นวัดไม้ล้านนาที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง ทั้งสองที่เป็นทริปวันเดียวไปกลับได้สบาย

เตรียมตัวตามฤดู
ฤดูหนาวคือช่วงที่คนมามากที่สุดและที่พักเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า ส่วนช่วงต้นปีถึงราวเดือนเมษายนเป็นช่วงที่ภาคเหนือมักเจอปัญหาฝุ่นควันจากการเผาในที่โล่ง ซึ่งกระทบทั้งทัศนวิสัยบนดอยและคนที่มีปัญหาระบบหายใจ ถ้าเลือกเวลาได้และอยากได้วิวใส ควรเลี่ยงช่วงนั้น
ภาพ: Vyacheslav Argenberg · Wikimedia Commons

